เมื่อผมไปงาน Barcamp Bangkhen #5

วันนี้ผมเดินทางไปฟังกึ่งบรรยาย Barcamp Bangkhane #5 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครับ มีเรื่องอยากพูดถึงมากมาย ก็จะขอแบ่งเป็นแต่ละหัวเรื่องๆ ไปนะครับ

Barcamp Bangkhane คืออัลไล

Barcamp เป็นงานบรรยายแบบไม่มีแบบแผนอย่างเป็นทางการครับ คือผู้จัดจะไม่ได้บังคับเรื่องที่จะบรรยายเป็นเรื่องเป็นราวมีหน้าที่เพียงประชาสัมพันธ์ จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกและให้บริการทั้งผู้บรรยายและผู้เข้าฟัง ใครจะมาบรรยายเรื่องใดก็ตามอัธยาศัยภายใต้การควบคุมของผู้จัดครับ โดยผู้ประสงค์จะบรรยาย จะมาแจ้งความจำนงค์ที่ผู้จัด ให้ผู้ที่จะเข้าฟังมาลงคะแนนเพื่อเลือกเรื่องที่มีผู้อยากฟังมาบรรจุลงในกำหนดการ และผู้เข้าฟังอยากบรรยายเรื่องใดในช่วงที่ว่างอยู่ก็แจ้งความประสงค์ก่อนรอบบรรยายได้ครับ โดยผู้บรรยายต้องเตรียมเนื้อหามาเองครับ

ข้อดีของระบบนี้คือ ผู้พูดไม่ถูกบังคับเรื่องที่พูด มีอิสระในเรื่องที่ตนเองอยากพูด และพูดแล้วมีคนฟังแน่นอน เพราะมีการโหวตก่อนบรรจุเข้ากำหนดการ ผู้ฟังก็ได้ฟังเรื่องที่อยากฟัง และเป็นกันเองกับผู้บรรยาย เพราะผู้บรรยายเองก็มาจากผู้ฟังด้วยกัน หากไม่พอใจเรื่องที่บรรยายก็เพียงแค่ลุกออกไปได้ เช่นเคยมีกรณีมีคนมาเนียนบรรยายเรื่องหนึ่ง สักพักวกออกมาขายตรง คนฟังก็ลุกออกไปหมดเลย ไม่มีการมากักอะไร สำหรับ Barcamp Bangkhane ครั้งนี้ มีนักศึกษาภาค CPE ปี 2 ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้จัดครับ มี sponsor สนับสนุน (แถมมีมาบรรยายเองด้วย) เยอะมากครับ

ส่วนรายละเอียดอื่นๆ สามารถดูได้จากเว็บไซต์ของงานได้เลยครับ

การเดินทาง

สำหรับการเดินทางของผมในครั้งนี้ ผมเลือกที่จะเดินทางด้วยรถโดยสารของ ขสมก. ครับ เพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์ รถไม่ค่อยติด ราคารถเองก็ไม่แพง ไปกลับสิ้นเงินไปแค่ประมาณ 50 บาทเองครับ โดยอาศัยแผนการเดินทางจาก Google map ผสมกับที่เพื่อนผมแนะนำตามแผนที่ด้านบนครับ

เนื่องด้วยแรงดึงดูดของโลกบริเวณเตียงสูงมาก (ตื่นสายนั่นแหละ +-+) ผมเลยออกมาจากหอพักมหาวิทยาลัยฯ ประมาณ 0900 แล้ว ขึ้นรถสองแถวแดงไปขึ้นรถเมล์สาย 140 ไปทางด่วนลงที่ปลายสาย คืออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แล้วต่อรถสาย 26 (หรือจะใช้สาย 522 ตามแผนที่ก็ได้ครับ) มาลงที่ประตูฝั่งพหลโยธิน เดินตรงไป เลี้ยวขวา จนถึงสามแยกก็เลี้ยวขวาอีกที เพื่อเรียกมอเตอร์ไซต์รับจ้างให้ไปส่งที่ IUP ครับ เสียค่ารถตรงนี้แค่ 12 บาท ก็มาถึงงานตอน 1020 ไม่ทัน session 1 อย่างน่าเสียดาย

ขากลับผมไปขึ้นรถฝั่งงามวงศ์วาน จับรถสายที่ไปอนุสาวรีย์แล้วต่อ 140 ตามด้วยสองแถวแดงกลับมหาวิทยาลัยฯ ครับ

ก่อนเข้าไปฟัง

เนื่องจากผมลงทะเบียนไปทาง internet แล้ว มาถึงหน้างาน…

ครับ = =”
เลยแค่ลงชื่อ ก็เรียบร้อย ได้ป้ายชื่อ sticker 8 แผ่นไว้แปะโหวตเลือกเรื่องที่สนใจจะฟัง (แต่เนื่องจากมาสาย จึงอดเสื้อ T__T) และก็มีการลงทะเบียนขอ WiFi access  ด้วย แต่แน่นอนครับ ใช้ไม่ได้ ;w; ดีที่เตรียมไว้ เลยสมัคร promotion เน็ต 384 kbps ไว้ล่วงหน้า ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาตอนเช็คตารางบรรยายเท่าไหร่

บริเวณโถงประชาสัมพัธ์ ชั้น 2

บริเวณโถงประชาสัมพันธ์ ชั้น 2

บอร์ดสำหรับประกาศตารางการบรรยาย

บอร์ดสำหรับประกาศตารางการบรรยาย ที่เห็น sticker เยอะๆ นั่นเป็นการแปะ session เพื่อ Vote เลือกเรื่องจากภาพที่แล้วครับ

บอร์ดสำหรับประกาศตารางการบรรยายอีกฟาก

บอร์ดสำหรับประกาศตารางการบรรยายอีกฟาก

ขึ้นไปชั้น 2 จะมีโต๊ะสำหรับสอบถามข้อมูลและประชาสัมพันธ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับงาน ข้างๆ กันก็จะมีบอร์ดเอาไว้ติดตารางการบรรยายที่ผ่านการโหวตและพิจารณาแล้วครับ

บริเวณติดป้ายแจ้งหัวข้อเรื่องที่จะบรรยาย

บริเวณติดป้ายแจ้งหัวข้อเรื่องที่จะบรรยาย จะมี sticker bcbk ให้คนละ 8 แผ่น แปะไว้ที่ป้ายหัวข้อ เพื่อโหวตเลือกหัวข้อได้

หันไปทางซ้ายก็จะมีป้าย session ที่เสนอขอบรรยายให้เราไปแปะ sticker ที่ได้ตอนลงทะเบียนไปแปะเพื่อ  Vote ครับ เยื้องไปทางซ้ายจะเป็นห้องบรรยายใหญ่สำหรับเรื่องที่มีคนสนใจมาก เป็นห้อง slope ขนาดประมาณ 300 เห็นจะได้ ส่วนห้องบรรยายอื่นจะอยู่ชั้น 3 และ 4 เป็นห้องเรียนตามปกติ มีโสตทัศนูปกรณ์ให้ใช้พร้อมสรรพ การขึ้นไป/ลงมาสามารถไปได้ทั้งลิฟต์ (ที่ทั้งตึกมีตัวเดียว = =?) และบันไดหนีไฟ (?)

โต๊ะรับอาหารเที่ยง

โต๊ะรับอาหารเที่ยงครับ เป็นข้าวกล่องมีหลากหลายเมนู เลือกได้ แน่นอนว่ามีอาหารอิสลามด้วย

สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ก็มีทั้งบริการน้ำดื่มฟรีตรงฝั่งตรงข้ามโต๊ะประชาสัมพันธ์ บริการข้าวเที่ยงตอนเที่ยงและอาหารว่างตอนบ่ายสาม รวมทั้งร้านอาหารและเครื่องดื่มของโรงอาหารที่เปิดในช่วงกลางวันด้วย

ตู้กดน้ำแบบชงในตู้

ตู้กดน้ำแบบชงในตู้ มีให้เลือกทั้งร้อนเย็น แถมปรับ option จำพวกปริมาณครีม น้ำตาล กาแฟได้ตามใจ มีทั้งแบบร้อนและเย็น (ใส่น้ำแข็งให้ฟรี) ส่วนใหญ่แก้วละ 8 บาท

ชาร้อนที่ได้จากตู้จำหน่ายเมื่อสักครู่

ชาร้อนที่ได้จากตู้จำหน่ายเมื่อสักครู่

สิ่งหนึ่งที่ผมสนใจในโรงอาหารที่นี่ก็คือ เค้ามีบริการตู้กดน้ำแบบชงในตู้ด้วย แถมปรับส่วนผสมได้ตามความต้องการด้วย อยากได้ครีม น้ำตาล เนื้อกาแฟเท่าใดก็ปรับเองได้ ราคาแก้วละ 8 บาทครับ เท่ากันทั้งร้อนเย็น

เนื้อหาที่ได้จากการฟัง

เนื้อหาตรงนี้มีเยอะมาก จะทยอยเขียนไปเรื่อยๆ นะครับ เสร็จเรื่องใดก็อัพเดตทีหนึ่ง

How Pantip.com handle multi-million users Part 2

ผมมาถึงก็พูดถึงข้อดี-เสียของ Mongo DB แล้ว ก็ขอเริ่มจากตรงนั้นเลยนะครับ

ข้อดี-เสียของ Mongo DB

  • ข้อดี
    • มีความเร็วสูง สามารถตอบรับได้หลาย request ในเวลาเดียวกันได้ดี
    • สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างประหยัดงบประมาณ โดยการนำเครื่อง server ที่สเป็กไม่ต้องสูงมากมาเพิ่มเข้าไป (Horizontal scaling)
  • ข้อเสีย
    • MongoDB ไม่มีการ JOIN ทำได้เพียง DBref
    • ไม่มี transaction system เป็นของตัวเอง มีเพียง 2-phase commit ที่เราต้องเอามาทำ transaction เอง
    • เนื่องจากเป็น NoSQL และไม่มี JOIN การออกแบบ database model ให้ดีตั้งแต่แรกจึงเป็นไปได้ยาก

ทำไม Pantip จึงเลือกใช้ MongoDB เป็นฐานข้อมูล

  1. เป็น Open Source จึงไม่ต้องกังวลเรื่องค่าลิขสิทธิ์อย่าง MySQL ที่โดน Oracle ซื้อไปแล้ว
  2. ขยายระบบได้ง่าย ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น
  3. มีประสิทธิภาพสูง เพราะ MongoDB มักจะพักข้อมูลไว้ที่ Ram ก่อน แล้วจึงใส่ลงใน Secondary storage อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีความสำคัญ เช่นกระทู้ที่ผู้ใช้สร้างขึ้นก็สามารถบังคับให้นำลง Storage ได้ทันที
  4. มีความพร้อมในการให้บริการสูง เช่นหากมีเครื่องที่เก็บข้อมูลไหนใช้การไม่ได้ เครื่องอื่นก็รับไม้ต่อมาบริการต่อไปได้อย่างทันท่วงที
  5. ปรับปรุงตัวเองได้
    ในกรณีที่หากต้องมีการเพิ่ม field เข้าไปใน table ปกติใน MySQL ต้องมีการ DROP สร้าง แล้ว INSERT ข้อมูลเดิมเข้าไป แต่หากข้อมูลมีมากเป็นหลักสิบล้าน การทำอย่างนั้นก็นับว่าเป็นฝันร้ายดีๆ นี่เอง
    ใน MongoDB เนื่องจากเก็บเป็น Document แยกกัน ดังนั้น แต่ละ Document สามารถมีรูปแบบโครงสร้างที่แตกต่างกัน ข้อมูลใหม่ทีมี field ใหม่ก็เพียงเพิ่มเข้าไป ของเก่าก็ไม่ต้องแก้ไข แค่กำหนดค่า Default ไว้ตอนเรียกค่ามาใช้
  6. มีตัวอย่างของผู้ที่ใช้งานได้ดี เช่น foursquare, Craiglist

เมื่อใดจึงควรเปลี่ยนมาใช้ MongoDB

  • มีการเขียนข้อมูลลงไปในฐานข้อมูลมาก หากใช้ MySQL นานๆ ไป การเขียนข้อมูลลงไปในไฟล์ขนาดยักษ์อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงได้ง่าย
  • ต้องการความพร้อมในการให้บริการได้สูง
  • ข้อมูลมีขนาดใหญ่มาก
  • ต้องมีการใช้ข้อมูลแบบ Location base เช่นการหาร้านกาแฟในพื้นที่ใกล้เคยง เป็นต้น
  • ไม่มี Database analysis -> ให้ Developer จัดการเอง

ตัวอย่างการใช้งานใน Pantip

Pantip suggestion แนะนำ 4 กระทู้ที่เกี่ยวข้อง และ Pantip trend แนะนำกระทู้ที่มีคนดูมากที่สุด

Pantip trend เป็นระบบแนะนำกระทู้ที่เกี่ยวข้องกับกระทู้ที่เรากำลังอ่าน+1 โฆษณา โดยอาศัยข้อมูลจากการเก็บข้อมูลว่าผู้ใช้อื่นอ่านจบแล้วไปที่ใด ส่วน Pantip trend เป็นการรวบรวมกระทู้ที่มีคนอ่านมากที่สุด 50 กระทู้ใน 24 ชั่วโมง

ทั้งสองอย่างต้องมีการเก็บ topic access ซึ่งมีเยอะมากจน MongoDB เองก็เอาไม่อยู่ เพราะมีคนดูมากและต้องเก็บข้อมูลการเข้าชมทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม เนื่อจากข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มีนัยสำคัญอะไรนัก จึงมีการใช้ Redis เข้าช่วยในการเก็บ topic access

การแก้ปัญหาด้าน Storage

Pantip  ใช้ Elastic storage ของ IBM จัดการ มีความสามารถในการประเมินว่าไฟล์ไหนมีการใช้งานมากในช่วงนั้น ไฟล์ไหนใช่ ก็จะเก็บใน SSD ที่มีความเร็วการอ่านสูง แต่ไฟล์ไหนนไม่ค่อยมีเรียกใช้ ก็เก็บลงใน harddisk ตามปกติ และยังสามารถกระจายการเก็บข้อมูลไปได้ทุก server ลูกบนโลก

การใช้ CDN และการแก้ปัญหา Bandwidth ต่างประเทศ

pantip มีผู้เข้าชมส่วนใหญ่ 95% อยู่ในประเทศไทย อีก 5% กระจายตามประเทศต่างๆ ทั่วโลก แม้จะมีสัดส่วนน่อย แต่เมื่อเทียบกับยอดเข้าใช้ก็นับว่ามาก และเนื่องจาก international bandwidth มีค่าใช้จ่าย จึงต้องมี CDN ไว้ตามประเทศต่างๆ เช่นอังกฤษ ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา โดยจะทำตัวคล้ายๆ proxy คือดูก่อนว่ามีข้อมูลนี้มั้ย ถ้ามีก็เอาที่มีอยู่ส่งให้ ถ้าไม่ ก็จะดึงจาก server ที่เมืองไทยมาเก็บไว้แล้วส่งให้ผู้ใช้

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือกระทู้ “เหตุผลที่ไป full moon party ที่พะงัน เพราะผู้ชายบนเกาะแซ่บมาก” ในกระทู้เดียวมีรูปรวมถึง 80 MB และก็มีทั้งผู้ชายที่เปิดแปปเดียวก็ปิด กับพวกผู้หญิงที่ค่อยๆ scroll แล้วฟินไป แต่ทั้งสองพวกก็ต้องโหลดรูปเต็ม 80 MB จนทำให้ Bandwidth 80GB เต็มอย่างรวดเร็ว

ในอนาคตอาจมีการใช้ Lazy load คือการโหลดภาพเมื่อพื้นที่ที่มีภาพถูกแสดงแล้วจึงโหลดเพื่อประหยัด Bandwidth

ปัญหา server รองรับการเข้าใช้ไม่ทัน

Pantip เคยมีปัญหา server ล่มไป 30 นาทีตอนเจนี่ประกาศแต่งงานและงานแถลงข่าวของเจนี่ ซึ่งมีประวัติว่ามีกระทู้หนึ่งเพิ่ม comment ใหม่ทุกๆ 75  วินาที หลังจากล่ม ก็มีการเปิดใช้ proxy ตัวหนึ่งที่รอการเปลี่ยนซึ่งไม่เสถียรมาใช้ ทำให้ช่วงนั้นผู้ใช้อาจใช้งานได้ไม่เต็มที่นัก แต่เมื่อเปลี่ยนเครื่องได้แล้ว ระบบก็กลับสู่ภาวะปกติ

Twitter เคยกัน server 3 เครื่องให้ Justin Bieber โดยเฉพาะ เพราะมีคนพูดถึงมากโคตรๆ

Q&A

  • Pantip เปิด API ให้ brand และ callcenter สำหรับรับเรื่องร้องเรียนจากลูกค้า (ตรูไม่แปลกใจ ทำไหมมีบอท call center ตอบคำถามเกรียนๆ = =”) และให้ smart search ใช้เก็บข้อมูลไปทำ index ซึ่งเป็นคนละส่วนงานกับการ search ตาม tag ที่เป็น elasticsearch
  • Pantip มี Boost post เป็นตำแหน่งโฆษณาแล้ว

systemd – Linux init

ตรงนี้ผมจดไม่ค่อยละเอียดเพราะเป็นเรื่องของ Linux เลยแปะ slide ของเค้าไว้แทนนะครับ
 

–Update 16:59:34– มีเป็น clip แล้วครับ 😀

Thailand cyber attack by @icez

บรรยายเรื่อง Thailand cyber attack โดยคุณ @icez

บรรยายเรื่อง Thailand cyber attack โดยคุณ @icez

การโจมตีทาง cyber ในระบบ Network ส่วนใหญ่มันพุ่งเป้าไปที่การโจมตีที่ Bandwidth ให้เต็มหรือ DoS เพื่อไม่ให้ server ปลายทางให้บริการเครื่องอื่นได้ โดยมักเป็นการโจมตีจากเมืองนอกแล้วปลอม IP เป็นของไทย เพราะในประเทศไทย การเชื่อมต่อ internet จะต้องผ่าน CAT เสมือนเป็นศูนย์แม่ข่ายที่คอยตรวจสอบการใช้งานของทั้งตัวเองและลูกข่าย หากมีการโจมตีจากประเทศไทย CAT สามารถตรวจสอบและแจ้ง ISP ให้ระงับการโจมตีได้อย่างรวดเร็ว

Bandwidth ในประเทศไทย

 

  • Bandwidth รวม 2,000 gbps
  • 10 Internet eXcanges
  • 40 main ISP
    • True, ToT, CAT มีรวมกัน 600 gbps
    • ค่ายมือถือ 30 gbps
    • IDC 10 gbps

ประเภทการโจมตี

  • การโจมตีแบบ 1:1
    • เป็นการยิง request ตรงๆ รัว
    • เป็นวิธีที่มีมาแต่โบราณ ง่ายๆ
    • สามารถป้องกัน ติดตามและสืบสวนได้งาน
  • smurf attack
    • ปลอมตัว (ปลอม IP หรืออื่นๆ) เป็นชาวบ้านแล้วถล่ม
    • ประสิทธิภาพสูง ต้นทุนต่ำ
    • ขนาดการโจมตี แบ่งตามเครื่องมือที่ใช้ เทียบกับการโจมตีแบบ 1:1
      • DNS 2-50 เท่า
      • NTP 5-200 เท่าตามทฤษฎี
      • SNMP สูงสุด 650 เท่าตามทฤษฎี
        • ยากในการโดนยิงเพราะไม่มีใครใช้และมักถูกป้องกันไว้แต่แรก
        • มีเครื่องที่ใช้ protocol นี้ในไทยประมาณ 2,000 เครื่อง
  • Botnet
    • ติดตั้ง bot ลงในเครื่องชาวบ้านที่กลายเป็น Zombies (ติดไวรัส)
    • มีการสั่งให้เครื่องที่มี bot เปิดหน้าเว็บพร้อมกันรัวๆ เพื่อให้เว็บล่ม
    • ส่วนใหญ่เป็นเว็บเกมส์ 80% ที่เหลือเป็นเว็บเทาๆ หรือเว็บผิดกฎหมายที่โดนคู่แข่งโจมตี

 

จริงๆ มีอีกกรณีที่ไม่เชิงเป็นการโจมตีตรงๆ แต่ก็ทำให้เว็บล่มได้ ต้นเหตุไม่ใช่ใครอื่น…  

จ่าพิชิตแห่ง Drama-addict นั่นเอง…  

ปล. คุณ icez ฝากบอกไปถึงจ่าว่าอย่าแชร์อะไรตอน 2000 ละกัน ;w;

Pretty Good Privacy (PGP)

PGP คือระบบการเข้าเข้ารหัสและยืนยันตัวตน โดยมากนิยมใช้เข้าและถอดรหัส และลงลายมือชื่อในการส่งอีเมล มีหลักการทำงาน คือ อาศัยการเข้ารหัสแบบกุญแจสาธารณะ (public-key) ที่รวมถึงระบบที่รวมกุญแจไว้กับชื่อผู้ใช้ PGP ถูกคิดค้นโดย Phil Zimmermann เมื่อปี ค.ศ. 1991 ภายหลังที่สภาฯ สหรัฐอเมริกาผ่านกฎหมายบังคับให้การเข้ารหัสทุกประเภทต้องมีการสร้าง Backdoor หรือวิธิการอื่นใดเพื่อให้รัฐบาลสามารถอ่านข้อมูลที่ถูกถอดรหัสแล้วได้ ด้วยความที่ PGP นั้นเป็นซอฟต์แวร์ที่ไม่มีลิขสิทธิ์ทำให้ถูกใช้งานจากผู้ใช้ BBS หรือกระทั่งถูกใช้เพื่อความปลอดภัยในการส่งข้อความหรือแฟ้มระหว่างกันมากขึ้น และทำให้ความนิยมใน PGP แพร่ขยายไปอย่างรวดร็วและกว้างขวาง แต่เพราะเรื่องนี้เอง ทำให้ Phil ถูกสหรัฐฯ สอบสวนนานถึง 3 ปีกว่าจะพ้นความผิด ในเรื่องสิทธิและความส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลในโลกอินเทอร์เน็ตนั้น Electronic Frontier Foundation มีส่วนสำคัญในการผลักดันและตรวจสอบ อาทิเช่นการทดสอบความปลอดภัยแอพแชทเป็นต้น ส่วนในประเทศไทยมีเครือข่ายพลเมืองเน็ต (Thai Netizen Network) ซึ่งเป็นกลุ่มพลเมืองที่รวมตัวกันเพื่อสนับสนุนสิทธิพลเมืองออนไลน์ บนหลักพื้นฐาน 5 ประการ คือ

  1. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล
  2. สิทธิในการคิดและการแสดงออก
  3. สิทธิในความเป็นส่วนตัว
  4. สิทธิในการร่วมออกแบบนโยบายอินเทอร์เน็ต
  5. สิทธิในการเป็นเจ้าของและใช้ทรัพยากร

Academic website down by @sarunint

น้องสรัญเป็นนักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ตอนนี้เป็น  web admin ของโรงเรียนด้วย เรื่องมันมีอยู่ว่า พอช่วงประกาศสอบ ไม่จะเป็นตอนเค้าสอบเข้า ม.1 หรือสมัครใน สทศ. มันจะล่มทุกที แล้วพอถึงคราวที่เค้าดูแล แน่นอนว่าก็ล่มเหมือนกัน เค้าลองตรวจสอบดู ก็พบว่ามันเกิดจาก Bandwidth ของเว็บโรงเรียนมันมีแค่ 80 mb ไม่เพียงพอต่อการเข้าถึงของผู้ปกครองที่มากในช่วง 2 วันแรก เค้าเลยใช้ cloud system เข้าช่วย โดยไปเช่า Amazon EC2 สเปกสูงสุดที่สิงคโปร์มาใช้ 2 วัน ราคา 600 บาท แล้ว re-link เว็บไปที่ cloud ในช่วงประกาศฯ ก็ทำให้สามารถแก้ปัญหาไปได้ เว็บไม่ล่มแล้ว  ในช่วงถามตอบ ก็จะเป็นเรื่องการย้ายระบบ ซึ่งน้องเค้าบอกว่าเจ้าหน้าที่เว็บดำเนินการให้ส่วนหนึ่ง และเว็บโรงเรียนก็เป็นเพียง VM ตัวเดียว แต่หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นคาบแนะแนวไปเลย คือน้องเค้าโดนแม่ไซโคให้เรียนหมอ ก็เลยไม่มั่นใจว่าจะต้องทิ้งความรู้ตรงนี้ไปรึเปล่า หลายคนในห้องประชุมก็ให้คำแนะนำกันครับ โดยภาพรวมคือสายสุขภาพกับคอมพิวเตอร์ก็ไปด้วยกันได้ เช่นสายงานออกแบบและผลิตยาก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงาน เป็นต้น และก็ไม่อยากให้ทิ้งความฝันของตัวเอง มันเป็น skill ที่สามารถนำไปต่อยอดในงานอื่นๆ ได้ในอนาคต ตอนจบของงาน มีผู้ฟังท่านหนึ่งถูกใจมาก มอบเงินสนับสนุนน้องจำนวนหนึ่ง เป็นที่ยินดีของผู้ฟังในห้องเลยทีเดียว จากการบรรยายตรงนี้ คุณ lewcpe ก็พูดถึงเหมือนกันครับว่า…

วิทยุคลื่นสั้น การสื่อสารที่คนไทยลืม โดย Narongrit Wongpat

วิทยุคลื่นสั้น คือวิทยุที่ออกอากาศในย่านความถี่ 3,000 – 30,000 kHz โดยเริ่มออกอากาศเป็นกิจจะลักษณะครั้งแรกโดย BBC เมื่อ ค.ศ.1932 เพื่อออกอากาศภาคบริการโลก

วิทยุคลื่นสั้นมีข้อดีคือ เนื่องจากเป็นคลื่นดิน สามารถสะท้อนทั้งพื้นดินและชั้นบรรยากาศ Ionosphere ทำให้ออกอากาศไปได้ไกลถึง 85-600 km แล้วแต่กำลังส่ง ทั้งเครื่องรับยังมีราคาต่ำ ผู้รับฟังสามารถรับฟังได้โดยง่าย อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยความเป็นคลื่นดินนี่เอง จึงทำให้มีข้อเสียคล้ายคลื่น AM คือถูกรบกวนได้โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการแผ่คลื่นออกมา เช่นคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ โทรทัศน์ รวมถึงยังถูกรบกวนได้โดยฟ้าร้อง ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า และไม่ทะลุทะลวง จึงรับสัญญาณภายในห้องปิดทึบได้ยากกว่าคลื่นความถี่สูงกว่าเช่น FM

ในปัจจุบัน มีหลายสถานียังออกอากาศด้วยวิทยุคลื่นสั้น ส่วนใหญ่ออกอากาศเพื่อให้บริการข่าวสารเป็นหลัก เช่น

โดยสามารถตรวจเวลาการออกอากาศและสถานที่ตั้งสถานีออกอากาศได้ตามเว็บไซต์ของแต่ละสถานี และที่ short-wave.info

ออกมาทดลองรับ short wave กันครับ

ออกมาทดลองรับ short wave กันครับ ในภาพ คุณ
Narongrit กำลังหารายชื่อสถานีที่กำลังออกอากาศตอนนั้น

ออกมาทดลองรับ short wave กันครับ

ออกมาทดลองรับ short wave กันครับ

หลังจากการบรรยายจบ ผมก็ตามวิทยากรไปทดลองรับฟังการออกอากาศที่หน้างานครับ ปรากฎว่าแม้จะมีเสียงรบกวนมาก แต่อาจจะด้วยความแรงของกำลังส่งจากสถานี ทำให้มีโอกาสรับฟังจากสถานีหนึ่งซึ่งออกอากาศเป็นภาษาจีน แม้เสียงจะไม่ใสแจ๋วเท่า FM แต่ก็สามารถรับฟังเสียงชัดเจนในระดับหึ่งเลยทีเดียวครับ

List filter w/ Pure CSS3

เป็นการสอนเกี่ยวกับการใช้ checkbox กับ CSS3 เพื่อกรองการแสดง Element ครับ ตัวอย่างของการทำกึ่ง Workshop ครั้งนี้ ขอผมเขียนก่อนนะครับ เดี๋ยวจะนำลงให้ 😉

“สาวแว่น” มีดีอย่างไร? ทำไมเราต้องให้ความสัมพันธ์ (ความสำคัญ)

 

บรรยายเรื่อง "สาวแว่น" มีดีอย่างไร? ทำไมเราต้องให้ความสัมพันธ์ (ความสำคัญ)

บรรยายเรื่อง “สาวแว่น” มีดีอย่างไร? ทำไมเราต้องให้ความสัมพันธ์ (ความสำคัญ)

มีดรามานิดๆ จาก session นี้ ผมขอไม่สรุป แต่ให้ไปฟังกันเองนะครับ ปล. ขออภัยในเสียงแทรกที่มาจากผมเอง เพราะตอนนั้นผมวางไว้ที่โต๊ะ แล้วมี reaction จากการบรรยาย เสียงอันนั้นเลยค่อนข้างดังน่ะครับ  =_=” ปล. โควตประจำ session นี้คือ…

ข้อควรรู้เกี่ยวกับร่างพรบ. ข้อมูลส่วนบุคคล

ร่าง (หรา… ได้ข่าวว่าถึง สนช. แล้ว คงผ่านรัวๆ)พรบ. ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. …. เป็นกฎหมายที่มีเจตนาที่จะปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้ถูกนำไปใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับความยินบอมจากเจ้าของก่อน ซึ่งจะตรงข้ามกับ พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ที่มีเจตนาเปิดเผยข้อมูลของทางราชการให้มากเท่าสุดเท่าที่จะทำได้

ใน พรบ. นี้ ข้อมูลส่วนตัวจะถูกถ่ายโอนให้ทายาทหรือคู่สมรส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว (ในวงสนทนามีการตั้งข้อสังเกตว่าหากเจ้าของฯ ไม่มีทายาทหรือคู่สมรส หากเสียชขีวิต แล้วใช้ ป.อาญาเทียบแล้ว ข้อมูลดังกล่าวก็จะกลายเป็นสาธารณะไป กลายเป็นว่าข้อมูลนั้นไม่เป็นความลับอีกต่อไป) และการจะให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้นั้น ก็ต้องให้ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน (การกดตกลงใน License Agreement ก็นับในกรณีด้วย!)

แต่สิ่งที่น่ากลัวใน พรบ. นี้คือ กรณีที่ยกเว้นในการเข้าถึงข้อมูลครับ
พรบ.นี้จะยกเว้นการบังคับใช้ใน

  1. หน่วยงานราชการที่มี พรบ.ข้อมูลข่าวสารฯ บังคับใช้ ยกเว้นรัฐวิสาหกิจ ทำให้ข้อมูลข้าราชการที่เข้าข่ายไม่ถูก พรบ.นี้ปกป้องด้วย
  2. ผู้ที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์แห่งบุคคลนั้น โดยมีกระบวนการป้องกันฯ ส่วนนี้ ถ้าเป็นธนาคารหรือโทรคมนาคมจะมีข้อกำหนดฯ คุมอยู่แล้ว แต่ถ้าหน่วยงานอื่นล่ะ?
  3. ผู้เปิดเผยฯ เพื่อกิจการสื่อมวลชน ศิลปกรรม หรือวรรณกรรม นั่นหมายความว่า การเขียนนิยายเสียดสีโดยเอาข้อมูลส่วนตัวมาเขียนก็ไม่เป็นสิ่งผิด? blog ก็เป็นสื่อมวลชน?

ที่น่ากลัวอีกอย่างคือ มาตรา 19 ที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่บังคับเอาข้อมูลฯ มาจากผู้ให้บริการได้โดยมิอาจขัดขืน (ผมถามเรื่องการ sniff ข้อมูล นักกฎหมายในวงสนทนาก็ตอบว่า ถ้าข้อมูลวิ่งอยู่ในประเทศก็ไม่ผิดกฎหมายเพราะเป็นไปตาม 19(1))

หลังงาน

หลังจาก session สุดท้ายจบลง ก็มีการจัดเลี้ยง Pizza จาก The Pizza 1112 (อย่าตัดเลข 1 ออกนะครับ //ไปเทเวศน์แปป) 80 ถาดครับ พร้อมกับวงดนตรีที่งานเตรียมไว้ ได้บรรยากาศดีทีเดียว
ก่อนกลับ ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่ staff เค้าเล่าให้ฟังว่า งานนี้นักศึกษาปี 2 เป็นคนดำเนินการเป็นประเพณีในเชิง และจะมีกิจกรรมอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งก็ดีใจที่หลายๆ คนมาแล้วได้อะไรๆ กลับไป

ทิ้งท้าย

พี่สตาฟแว่นน่ารักมากครับ #ผิด
แม้จะเป็นงานครั้งแรกที่ผมมา แต่ก็นับได้ว่าน่าสนใจและชอบมากครับ ได้ฟัง พูดคุยกับวิทยากรหลากหลายตั้งแต่น้องผมจนคนรุ่นลุงๆ อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจในการสัมนาหรือบรรยายอื่นๆ อารมณ์ประมาณเสวนาวงเล็กๆ และได้ความรู้ไปได้เยอะแยะ แถมไม่น่าเบื่อด้วย มีการเตรียมงานที่ดีมาก ไม่มีอาการนอยส์หรืออื่นๆ ทีมงานอัธยาศัยดีครับ ถามอะไรคุยอะไรก็คุยกันได้
ก็หวังว่างานแบบนี้คงจะมีอีกเรื่อยๆ นะครับ เพราะความรู้ที่ดีต้องไม่กระจุกเป็นสมบัติของผู้ใดผู้หนึ่ง การแบ่งปันอย่างเท่าเทียมจะช่วยให้สังคมพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วครับ
แล้วเจอกันปีหน้าครับ

แล้วคนอื่นเขียนถึง Barcamp Bangkhen #5 ยังไง

นอกจากผมแล้ว ผมขอแนะนำอ่านบล็อกของท่านอื่นตามลิงค์ด้านล่างควบคู่ด้วยนะครับ บาง Session ก็มีสรุปไว้น่าสนใจเลยทีเดียว